chananaree's profileWelcome to my msn space ...PhotosBlogListsMore Tools Help

++•°•°•°。*¤❉:❉:.P.:❉:❉¤*。•°•°•++

chananaree

Occupation
Location
Friendly , Funny , Belive in soul , Speak the truth , Talk a tive , Love friends.

Horoscopes

Loading...

Welcome to my msn space !

█ ▆ ▄ ▂ MY FRIENDS ARE EVERYTHING FOR ME & THANKS FOR THE MEMORIES ▂ ▄ ▆ █
Photo 1 of 1
More albums (64)
November 05

กลับมาได้ไหม

กลับจากค่าย วิศวะ+พยาบาลมา ไม่กี่วันก็ต่อค่ายรับน้องเพิ่งกลับมาวันนี้เอง ง่วงอ่ะ อยากกลับสายๆแต่มีเรียนเช้า
 
ไปค่ายที่ชัยภูมิ ก็มีเรื่องราวต่างๆมากมายเกิดขึ้นมากทั้งดีและก็ไม่ดี แต่ก็ผ่านมาได้จบค่ายทุกคนก็คงกลับมารู้สึกเหมือนเดิม ปอไปอยู่ที่นั่นตั้งแต่วันที่ 14-28 ก็ 2 อาทิตย์ได้ ชาวบ้านทุกคนที่นั่นนิสัยดีมากๆๆๆๆ ช่วยเหลือกันมีไรก็แบ่งกัน เศรษฐกิจพอเพียงอ่ะ บ้านไหนปลูกผักผลไม้ไรไว้ก็ไปขอ ไปซื้อ ไปแลกได้ ดีอ่ะ อากาศที่นั่นก็หนาวแบบว่ามันอยู่หลังเขา ติดเขื่อนลำปะทาว เดินลงไปก็เป็นเขื่อนและได้ไปดูกะชังเลี้ยงปลาทับทิมด้วย อากาศตอนเช้าแดดดีลมหนาว ส่วนกลางคืนนี่ก็หนาว อุณหภูมิก็ประมาณ ไม่น่าจะเกิน 22 องศา คนที่นั่นผู้เฒ่าผู้แก่ ครูอาจารย์ เขาเรียกแทนตัวเองว่าพ่อ แม่กันเวลาพูดกับเด็ก เขาเห็นเราเหมือนลูกหลานเขาอ่ะน่ะ อาทิตย์แรกไปเราก็อยู่กับพี่ๆและเพื่อนๆบางส่วนเฉพาะวิศวะ แต่เรานอนกับพวกพี่แทน ห้องเพื่อนมันนอนกันดึก อาทิตย์แรกนี่มีความสุขมากๆ จะบอกว่าตื่น 6 โมงเช้าทุกวันนาฬิกาไม่ต้องปลุก หลับก็ไม่เกิน 3 ทุ่ม เวลาอาบน้ำก็ไปอาบบ้านอาจารย์จนเป็นลูกเขาไปและ 55 หลังจาก 1 อาทิตย์ผ่านไป พยาบาลก็มากัน ปอก็ย้ายไปนอนกับพยาบาลแทน เพราะพี่ๆปี3เขามากันเพิ่มก็ผู้ ช อ่ะ ตั้งแต่วันนั้นเราก็เริ่มคลุกอยู่กับเพื่อนๆพยาบาล ไม่ได้พูดคุยกับเพื่อนวิศวะด้วยกันเองเลย เพื่อนๆบางคนก็คงน้อยใจรึเปล่าหว่า 55 ชนบทกับเมืองนี่ต่างกันจริง ใครว่างๆก็ลองไปค่ายมั่งน่ะนานๆ จะได้รู้สึกอะไรมากขึ้น 55 ว่ามันเป็นยังไง อาหารการกินที่นั่นก็ตอนแรกคิดว่าไปจะน้ำหนักลด ที่ไหนได้อาทิตย์แรกนี่รู้สึกได้เลยว่าน้ำหนักขึ้น พวกครูๆที่นั่นทำอาหารอร่อยมากๆ ได้กินส้มตำลาวครั้งแรก ใส่ปลาร้า ไม่เหม็นคาวเลย เลยกินได้แต่กินแค่จานเดียวพอรู้รส เออ ไอที่ครูๆทำอาหารให้กินแค่อาทิตย์แรกน่ะ หลังจากพยาบาลมาแบ่งกลุ่มทำกับข้าว ล้างจาน จัดสถานที่ สันทนาการ เองหมด น้ำหนักขากลับก็เท่าเดิม อิอิ
 
ไปค่ายรับน้อง 3-5 ไปวันถึงวันแรกก็ 4 โมงครึ่ง ก็เก็บของเข้าห้อง เดินเล่นนิดหน่อย กินข้าว นั่งดูเพื่อนๆสันทนาการน้องๆ ไม่ค่อยมีไรเท่าไหร่ แต่วันที่ 2 อ่ะดิ ให้น้องๆเข้าแต่ล่ะฐาน มี 5 ฐาน ปอก็เห็นอยู่แค่ 3 ฐานว่าเขาให้ทำไรบ้าง มันอยุ่ใกล้เคียงกัน ก็เฉยๆอ่ะ บ่ายๆไปพัก มาประชุมคุยกับพี่ๆเงินไม่พอ ตกเย็นไปเขาปล่อยไปเล่นน้ำแต่ไม่ได้ลงหรอก ไปถ่ายรูปกับพี่แทน และก็มากินข้าว และก็มาเริ่มกิจกรรมตอนดึก เริ่มฐานปี 2 ก่อน ให้น้องต่อหินให้สูงเท่าไม้กลอง ห้ามวางโดนไม้กลอง คนนึงหยิบก้อนหินได้ 1 ก้อน ให้เวลาปรึกษากัน 10 นาที หลังจากนั้นห้ามคุยกัน ถ้าคุยกันพี่จะหยิบก้อนหินออก 1 ก้อน ต่อไปฐานปี 3 นี่ไม่รู้ให้ทำไร เดินกลับไปนอนก่อนกลับมาเขาก็เล่นกันเสร็จและ มาฐานปี 4 ปีแก่ ก็คุยเล่นทักทายน้องเฉยๆ เพระมันดึกและตอนที่ดูนาฬิกาก็ 4 ทุ่มครึ่งแล้ว และก็มีให้พี่ๆปี 2 แจกของที่ระลึกให้น้อง เทียนรูปหัวใจ มี 4 สีมั้ง ปอหยิบ 4 สีอ่ะ 55 จบกิจกรรมก็มาผูกข้อมือให้น้อง มันไม่ค่อยซึ้งอ่ะ แบบอะไรก็ไม่รู้แป๊บเดียวเอง เพลงที่ร้องก็ 55 เพลงที่กำลังฮิตอ่ะ และผูกแป๊บเดียวเอง ยังไม่เสร็จก็เปิดไฟและ รู้สึกว่าห้อง 5 นี่จัดการมั่วอ่ะ เมื่อเทียบกับตอนไปค่ายรับน้องห้อง 1 พูดจริงๆน่ะเนี่ย ไม่ได้ว่าห้องตัวเองเลย แต่มันคือเรื่องจริง แบบกิจกรรม เกม ยาม เพิ่งมาประชุมคิดเกมกันตอนมาค่าย ผิดกับห้อง 1 นี่เพรียบพร้อม ไม่มีมานั่งประชุมแบบนี้ แต่ล่ะคนแบ่งหน้าที่กันชัดเจน รู้สึกว่าน่าเบื่ออ่ะ เพื่อนๆก็แตกแยกเป็นกลุ่มๆ แต่พอมาถึงกิจกรรมกินเหล้ากัน อย่างฮา น้องป๊อบ ( เด็ก บ.ด. ) เหอๆ เมาเละไม่มีท่า อดขำไม่ไหวเลย เยอะมากๆ ... ขี้เกียจเขียนว่ามีไรบ้าง แต่ก็ผ่านไปได้ด้วยดี อาน่ะ
 
ปล. ไม่อยากกลับเร็วเลย กำลังฮาแตก
 
อ่านแล้วเม้นด้วยเน้อ ขอบคุณที่อ่านจนจบน่ะ ไม่ได้เขียนยาวๆมานานและ
 
บายจ้า จุ๊บ จุ๊บ
October 06

เม้นด้วยเน้อ

เข้ามาแล้วเม้นให้หน่อยน่ะ เดี๋ยวมาเขียนเพิ่มเติมอ่ะ อยู่ในช่วงสอบแหล่ะ ตอนนี้มาเล่นคอมที่หอสมุดกับเพื่อนๆ เม้นที่บล็อคนี้เลยน่ะ
September 20

อะโหล่ฮ่า

 

แหะๆ กลับมาอีกรอบหลายวัน เดี๋ยวใครๆจะคิดว่าเราหดหู่อะไรนาน ก๊ากก หลังจากวันนั้นผ่านไป ปอคนเดิมก็กลับมา หุหุ ในวันจันทร์ อังคารที่ผ่านมา เราโดดเรียนไปกทม. มา ที่จริงไม่กะโดดหรอก แต่ก็โดดจนได้เพระตอนเช้าไป กทม.แล้วถึงกลับมาเรียนก็กลับมาไม่ทันเช็คชื่อ เลยปล่อยเลยตามเลย
 
วันจันทร์ ไปเดินหน้ารามมา ป่านมันทิ้งเราให้อยู่คนเดียวอีกแล้ว มันไปหาวิทที่ ม.เกษตร ดีน่ะเรามีฝนมาเดินเป็นเพื่อนหลังจากที่ป่านไป กับอาร์ท นคร อีก 2 คน เพื่อน บ.ด. หมดเลย และก็กินข้าวที่เมเจอร์ราม และก็ไปเดินเซ็นทรัลลาดพร้าวต่อแยกเดินกับ อาร์ท นคร และถือว่าแยกกันกลับเลย และเราก็มาต่อยูเนี่ยนมอลล์กับฝน ข้างๆเซ็นทรัลฯ อ่ะแหล่ะ กลับบ้านก็ 1 ทุ่มได้ถึงบ้านก็ 3 ทุ่มกว่า แต่ต้องมานั่งรอป่าน กลับพร้อมกันที่สถานีขนส่ง 4 ทุ่ม เซงชะมัด
 
วันอังคาร แหะๆ มีเรียนเช้าเป็นแลป มันหมดแล้ว แต่ใครจะไปรู้ว่าอาจารย์จะสอนทฤษฎีแทน เลยโดดไป ม.เกษตร เจอมด แนนอ้วน จบท้ายมาหาวิท เจอจุย วิค และเราก็ไปเดินยูเนี่ยนมอลล์ต่อกับมด เมื่อวานมา มาดูของไว้ก่อน วันนี้มาซื้อ 55 ป่านมันอยู่กับวิทต่อที่ ม.เกษตรอ่ะ ช่างมัน วันนี้กลับบ้านดึกกว่าเมื่อวาน ขึ้นรถ 2 ทุ่ม แต่ไม่ต้องไปรอป่านที่ขนส่งและ ขึ้นรถกลับคันเดียวกัน ถึงบ้าน 4 ทุ่มครึ่งมั้ง
 
อืม หมดและ ความทุกข์อยู่กับเราได้ไม่นานหรอก 55 ไม่มีไรมาทำไรเราได้ วันเดียวก็หายแล้ว
 
ขอให้เวลาที่มีตอนนี้อยู่กับเราไปนานๆๆๆทีเถิด ขอให้มีแต่ความทรงจำที่ดีๆ
 
รักและคิดถึงทุกๆคนที่เรารู้จัก
 
อ่านแล้วเม้นด้วยเน้อ
 
ปอ
 
ปล. เขายังไม่มาเดินสายโทรศัพท์เข้าบ้านเราเลยอ่ะ
 

หดหู่ เศร้า อยากร้องไห้

เมื่อวันที่ 12 กันยายน
 
ไม่ได้เล่นเน็ตหลายวันเลยอ่ะ คือจะบอกว่า เราย้ายมาอยู่บ้านใหม่ตั้งแต่วันที่ 2 ก.ย. อ่ะ และแบบว่าเขายังไม่มาเดินสายโทรศัพท์ให้ เลยยังเล่นเน็ตไม่ได้ วันนี้มีโอกาสมานอนค้างหอน้อง เลยมาเล่นที่ร้านเกมแทน ก็เลยได้โอกาสมาอัพสเปสหน่อย 55
 
อยู่บ้านใหม่ลำบากอ่ะ เรื่องเดินทาง เปลืองเงินค่ารถ แต่ว่าอยู่สบาย มีห้องนอนส่วนตัวแยกกับป่าน แต่เวลานอนก็ไปนอนกับป่าน เปลืองค่าแอร์ และก็มีหมานอนด้วย 2 ตัว ตัวเมียชอบมานอนบนหัว บนหมอนเลยแหล่ะ เหอๆ ส่วนตัวผู้นี่ขี้ร้อน นอนพื้น 
 
คือวันนี้เราอยากบอกว่าวันนี้ เราอารมณ์แย่มากๆ วันอื่นสบายดี ถ้าใครอยากรู้ว่าเราแย่ยังไงก็โทรมาถามล่ะกัน แต่อยากร้องไห้มากๆๆๆๆๆๆๆๆ คนที่รู้ก็มีอยู่แค่ 3 คน น้องห้อง 2 คน กับเพื่อนอีก 1 ใครอยากเป็นคนที่ไม่ตกข่าวมาถามได้ 55 ต้องการคนคุยด่วน หุหุ
 
วันเวลาผ่านไป ... ?
 
September 01

ธรรมะดีๆ

เมื่อวันพฤหัส เพื่อนกลุ่มที่ไปแข่งทำคอนกรีตพลังช้างที่บางมดออกรถ 6.30 เราไม่ได้ไปด้วย เพราะว่าติดเรียนบ่าย เช้าก็ไม่เรียน เพราะอาจารย์ไปคุม เลยไปมหาลัยช้า
 
ก่อนขึ้นเรียนก็นั่งเล่นไพ่ดัมมี่กับเพื่อน เล่นมั่วนิดนึง เพื่อนฮาอ่ะ เรารู้สึกเหมือนเราเป็นตัวตลกของเพื่อนเลย เหอๆ เวลาพูดเราก็พูดแบบให้เข้าใจง่าย กลายเป็นว่าเพื่อนขำ แต่ก็ดี ทำให้เพื่อนได้หัวเราะ ไม่คิดมาก หุหุ
 
เรียนบ่ายโมง ขึ้นไปเรียนช้าและ อาจารย์ยังมาช้ากว่า พออาจารย์มา ก็มองหน้า นร. อาจารย์เขาก็ดูออกว่าแต่ล่ะคนไม่มีอารมณ์เรียน 55 แล้วอาจารย์ก็เริ่มสอนธรรมะแทน surveying ขำจริงๆ 2 ชม.เลย เพราะว่านาฬิกาอาจารย์มันตายดูกี่ทีก็บ่าย 2 เลยเทศนาไปเรื่อยๆมารู้ตัวก็หมดเวลาแล้ว และก็เล่าชีวะประวัติอาจารย์
 
วันนี้อาจารย์ดูใจดีมาก น่ารักอ่ะ อาจารย์เขาสอนไรบ้างรู้ม่ะ เราอยากให้เพื่อนๆได้ลองอ่านดูที่อาจารย์สอนเรามา เพราะเราคิดว่ามันมีประโยชน์มากเลยหล่ะ อ่านแล้วคิดตามด้วยน่ะเพื่อนๆ

จากที่สรุปมาน่ะ

ความเมตตา คือ ความปรารถให้ผู้อื่นมีความสุข เช่น พ่อแม่ปรารถนาให้เรามีความสุข หาแต่สิ่งดีๆให้เรา

ความกรุณา คือ ความอยากให้ผู้อื่นพ้นทุกข์

มหาเมตตา คือ พระพุทธเจ้า พระอริยะเจ้า พระเยซู เพราะท่านนำทางเราไปทางที่ดี ไม่มีการแบ่งชั้นวรรณะ แต่พ่อแม่บางทีก็นำลูกไปทางที่เสื่อมมั่ง สอนลูกได้ไม่ดี ฯ

ความเมตตากรุณาต้องเดินไปด้วยกัน เพราะเมตตาที่แท้จริงจะไม่เกิดโดดเดี่ยวเพียงหนึ่งเดียว

อนุตระ คือ เป็นเอกที่สุด สูงสุด ในภาษาอังกฤษ supreme

มุมมองความคิดมี 2 แบบ อย่างน้ำในแก้วใส ตอนแรกมีน้ำเต็มแก้ว แล้วมีคนดื่มไปครึ่งแก้ว การคิดของคน 2 คนคือ

คนที่ 1 โหย น้ำหมดไปครึ่งแก้วและ เสียดายจัง

คนที่ 2 โอ้ ยังดีเหลืออีกครึ่งแก้วแหน่ะ

โลกโลกีย์ มีไฟ 3 กอ

  1. โทสะคิ คือ ความโกรธ  ข้อเสีย = ร้ายแรงมากเกิดง่าย ทำความเดือนร้อนแก่คนอื่นและตนเอง อาจทำให้ถึงตายได้ ข้อดี = หายเร็ว
  2. โมหะคิ คือ ความหลง  ข้อเสีย = เห็นผิดเป็นชอบ เรื่องของมึนเมา เห็นคนเลวเป็นคนดี
  3. ราคะคิ คือ ความอยากในตัณหา ข้อเสีย ให้ผลร้ายแรงน้อยกว่าโทสะ แต่ตัดได้อยาก เหมือนเอามีดฟันเชือก ก็หย่อนไปตามเชือก โทสะเหมือนโซ่ตัดก็ขาด อริยะที่ 8 ถึงจะตัดขาด คือ มี 4 ชั้น 4 จำพวก เช่น ขั้นโสดา ขั้นสกิคา ขั้นอนาคา ฯ

อนาคามี = ไม่มีบ้านเรือน  สัมมา = ความชอบ  มิชฌา = ความไม่ถูกต้อง

พระพุทธเจ้า พระเยซูคริสต์ เปรียบเสมือนพระอาทิตย์กับดวงจันทร์ พ้นทุกข์ส่องสว่างตลอด บรรลุ

สัจธรรม ฟ้าดิน ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง พระอาทิตย์ขึ้นตอนเช้า พระจันทร์ขึ้นตอนพลบค่ำ

ท้องฟ้า = เทียน  ดิน = ตี้  2 คำรวมกันคือ เทียนตี้ = ฟ้าดิน อักษรจีน 2 ตัวรวมกัน

ri' + ye' รวม 2 ตัว อ่านว่า หมิง ความหมายคือ ความสว่าง แสงสว่าง

y'en + - อ่านว่า ต้า หรือ ไต่ซื่อ = ผู้อาวุโส เจ้าอาวาส

รู้อักษรจีน 3000 อักษร เหมือนสามารถรู้ชี้ดินแดนหมื่นลี้ 

รู้อักษรจีน 5000 อักษร เหมือนสามารถรู้ชี้แผ่นดินแสนลี้


" เกิดมามีอะไร ตายแล้วเป็นฉไน เทียบกับใจอันสว่างจ้า ส่องทั่วพสุธาแดนดิน "

ปราบเมธีอรยะเจ้า

 

พูดมากเสียมาก พูดน้อยเสียน้อย ไม่พูดไม่เสีย = พูดไปสองไพเบี้ย นิ่งเสียตำลึงทอง


เมตตาฟ้าดินให้ไออุ่นรัก

พ่อแม่เฝ้าฟูมฟักรักถนอม

วิสุทธาอาจารย์คุณร้ำเรืองรอง

แสงปัญญาธรรมาส่องล่องเรืองธรรม

ศิษย์น้อยพายล่องนาวาธรรม

อาจารย์โปรดชี้นำแผ่กว้าง

อาจารย์ศิษย์สัมพันธ์ใหญ่ยิ่ง

หนึ่งวันเสมือนชั่วฟ้าดินสลาย

นาวา = เรือ